วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ด่วน!!! พบ"หนอน"ตัวแรกบน iPhone


[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] รายงานข่าวเช้านี้ โซฟอส (Sophos) บริษัทผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบบรักษาความปลอดภัยเปิดเผยว่า พบหนอนไวรัสบนไอโฟน (iPhone) ตัวแรก โดยผู้ใช้ชาวออสซี่เจ้าของไอโฟนที่ผ่านการทำเจลเบรค (Jailbreak) สังเกตพบความผิดปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากโดนหนอนไวรัสติดเข้าไปในสมาร์ทโฟนของเขานั่นเอง

สำหรับหนอนที่ค้นพบล่าสุดจะสามารถติดเข้าไปในไอโฟน และไอพอดทัช (iPod Touch) ที่ผ่านการทำเจลเบรค พร้อมทั้งได้ติดตั้ง SSH เข้าไปแล้ว และไม่ได้เปลี่ยนพาสเวิร์ดเริ่มต้น (default password) โดยแฮคเกอร์ "ike_x" หรือ "ikeeex" (ชื่อใน Twitter) อ้างว่า เขาพบวิธีเปลี่ยนแบคกราวด์ของไอโฟนที่ติดหนอนตัวนี้เข้าไปแล้วให้เป็นรูปของศิลปินนักร้องยุค 80 ที่มีนามว่า Rick Astley


อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนหนอนตัวดังกล่าวยังไม่ได้ทำให้มันสร้างความเสียหายกับผู้ใช้ แต่มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าโจมตีไอโฟนจากมัลแวร์ต่างๆ มากมายในอนาคต เนื่องจากการที่แฮคเกอร์สามารถเจาะเข้าไปอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้โดยไม่ต้องได้รับการอนุญาตถือเป็นการบุกรุกที่่น่ากลัวอย่างยิ่ง แม้ในกรณีนี้จะเป็นแค่รูปภาพก็ตาม ซึ่งผู้ใช้ไม่เพียงแต่จะลบรูปออกเท่านั้น แต่ยังต้องกำจัดหนอนไวรัสออกไปจากเครื่องด้วย และที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นก็คือ แฮคเกอร์รายอื่นๆ สามารถใช้โค้ดของ ikeeex ไปพัฒนามัลแวร์ของตนได้อีกต่างหาก สำหรับแฮคเกอร์รายนี้ถูกติดตามโดยโซฟอส ซึ่งพบว่า เข้ามีหน้าเว็บของตัวเอง MySpace และ Twitter อีกทั้งยอมรับว่าเป็นผู้แฮคไอโฟน และก็ไม่ได้ปกปิดตนเองแต่อย่างใด

ด่วน!!! พบช่องโหว่ใน Windows 7

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] หลังจากไมโครซอฟท์ (microsoft) ได้ออกแพตช์ไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ปรากฎว่า ไม่มีแพตช์สำหรับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Windows 7 เลย โดยทางบริษัทอ้างว่า นั่นเป็นเพราะ Windows 7 ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากระบบปฏิบัติการที่ได้รับการแก้ไขข้อผิดพลาดก่อนหน้านี้แล้ว อีกทั้งยังมีกลไกของระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่า ทำให้ยังไม่พบช่องโหว่ของโอเอส แต่คล้อยหลังแค่วันเดียว ก็มีรายงานออกมาว่า พบช่องโหว่ใน Windows 7 ซะแล้ว!!!

ไมโครซอฟท์ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบรายงานที่แจ้งพบช่องโหว่ใน Windows 7 และ Server 2008 R2 ซึ่งสามารถใช้ในการโจมตี เพื่อล่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ โดยในรายงานยังระบุอีกด้วยว่า ช่องโหว่จะอยู่ในส่วนการทำงานของโพรโตคอล Windows Server Message Block (SMB) ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะนำไปใช้ในการโจมตีด้วยเทคนิค DDoS ได้ อย่างไรก็ตาม ทางไมโครซอฟท์ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการโจมตีในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด
"ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจะเปิดโอกาสให้แฮคเกอร์สามารถกระตุ้นให้โปรโตคอล SMB ที่ใช้ในการแชร์ไฟล์ในวินโดวส์ทำงานแบบวนลูป (loop) ตลอดเวลา" Laurent Gaffie นักวิจัยระบบรักษาความปลอดภัยได้โพสต์ไว้ใน
บล็อกของเขา "แม้ว่าระบบจะเปิดการทำงานของไฟร์วอลล์ไว้แล้วก็ตาม ระบบของผู้ใช้ก็ยังสามารถโดนโจมตีจากบนเน็ตผ่านทาง IE หรือการกระตุ้นการบรอดแคสท์ของ NBNS [NetBIOS Naming Service]"
ทั้งนี้ Gaffie ยังได้โพสต์โค้ดโปรแกรมพิสูจน์ช่องโหว่ที่สามารถล่มการทำงานของ Kernel ของ Windows 7 และ Server 2008R2 จากบนเน็ตไว้อีกด้วย ทั้งนี้ไมโครซอฟท์เพิ่งจะออกแพตช์ 6 ตัว เพื่ออุดช่องโหว่ 15 แห่ง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยหนึ่งในนั้นจะเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดร้ายแรงใน Windows kernel ด้วย

เติมเงินมือถือผ่านตู้เอทีเอ็ม ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซีดีเอ็มเอ CDMA


เติมเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม บริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบซีดีเอ็มเอ ครอบคลุม 51 จังหวัด เอาใจลูกค้า เปิดบริการเติมเงินค่าโทรศัพท์ผ่าน ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพ และสถาบันการเงินชั้นนำ
ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์ 12 พฤศจิกายน 2552

เผยโฉม SmartBook เครื่องแรก!!!




[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] รายงานข่าวเช้านี้ Paul Jacobs ซีอีโอของควอลคอม อิงค์ (Qualcomm Inc.) กล่าวว่า AT&T Inc. จะจำหน่าย "สมาร์ทบุ๊ก" (smartbook) ซึ่งใช้ชิป Snapdragon ของทางบริษัท โดยในงานประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวานนี้ เขาได้นำผลิตภัณฑ์ต้นแบบสมาร์ทบุ๊กเครื่องแรกออกมาโชว์ด้วย โดยเป็นของบริษัทเลอโนโว (Lenovo)


ก่อนหน้านี้ ควอลคอมได้พยายามผลักดันผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ที่เข้ามาแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างสมาร์ทโฟนกับเน็ตบุ๊ก โดยใช้ชื่อเรียกว่า "สมาร์ทบุ๊ก" ซึ่งมันเป็นการผสมผสานความต้องการอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานน้อย และเปิดใช้งานได้ตลอดเวลาของสมาร์ทโฟนเข้ากับหน้าจอขนาดใหญ่ของเน็ตบุ๊ก อย่างไรก็ตาม สมาร์ทบุ๊ก อาจทำให้ผู้บริโภคสับสนได้ เนื่องจากการออกตัวที่ช้าเกินไปนั่นเอง
สำหรับสมาร์ทบุ๊กของเลอโนโวที่นำมาออกโชว์นั้น จะมีลักษณะคล้าย"เน็ตบุ๊ก"ที่เบาบางกว่าทั่วไป ในขณะที่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกียวกับาตัวเครื่องน้อยมาก เนื่องจากมันจะได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการต้นปีหน้าในงาน CES 2010 สมาร์ทบุ๊กจะมาพร้อมกับหน้าจอไฮเดฟฯ ขนาด 10 นิ้ว ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Linux (แพลตฟอร์มอย่าง windows xp, vista และ 7 หมดสิทธิ์ เพราะไม่สามารถรันบนชิป ARM ได้ ยกเว้น Windows CE ) รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 3G และ Bluetooth แถมยังสามารถรันแอพพลิเคชันแฟลชได้อีกด้วย ซึ่ง Jacobs กล่าวว่า ก่อนหน้านี้หลายคนเกรงว่า มันจะไม่สามารถทำงานในลักษณะดังกล่าวได้
ควอลคอมหวังว่า ชิป Snapdragon จะสามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้มากมายอย่างลงตัว ซึ่งปัจจุบันชิปตัวนี้จะสามารถพบได้ในสมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่น และมันไม่ได้มีแค่เพียงโพรเซสเซอร์ แต่ยังสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายเซลลูลาร์ได้อีกด้วย ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวทางบริษัทเชื่อว่า จะทำให้บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์สนใจที่จะใช้ชิป Snapdragon ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตน ทางด้าน AT&T ผู้ให้บริการโครงข่ายมือถือยักษ์ใหญ่ก็พร้อมที่จะจำหน่ายอุปกรณ์อื่นๆ นอกจากมือถือ อย่างเช่น โน้ตบุ๊กแอร์การ์ด และเน็ตบุ๊ก เพื่อพ่วงไปกับบริการของทางบริษัท ซึ่งการมีอุปกรณ์ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า จึงถือเป็นโอกาสของทางบริษัทด้วยเช่นกัน